เครื่องราง ของขลัง แนะนำ
1. 
ของเสน่ห์ คลิกที่นี่
2. 
ของให้โชค  คลิกที่นี่
3. 
วัตถุมงคลใหม่ คลิกที่นี่
4. 
ดูทั้งหมด คลิกที่นี่

 

 ข่าว กูสยามNews ข่าวสด ข่าวด่วน ข่าววันนี้

ดูดวง/ เกมส์/ หวย/ งานราชการ/ ข่าว/ โปรแกรม/ คลิปวีดีโอ/ สารบัญเว็บ/ ซื้อ-ขายฟรี/ ฝากรูป/ วัตถุมงคล/ ของขลัง/ พระเครื่อง/



@line55

เลี้ยงลูกให้เป็นทรพี (โดยไม่เจตนา)

เลี้ยงลูกให้เป็นทรพี 
(โดยไม่เจตนา)



เลี้ยงลูกให้เป็นทรพี (โดยไม่เจตนา)
โดย ศ นพ วิทยา นาควัชระ (อยากให้อ่านมากๆๆ)

เรื่องที่จะเล่านี้เป็นเรื่องจริง
ตั้งใจจะยกให้ดูเป็นตัวอย่าง ไม่อยากจะโทษใคร เพราะตัวละครแต่ละคนในเรื่องก็เจ็บปวดอยู่แล้ว ถือว่าเป็นกรณีศึกษา และเป็นตัวอย่างประกอบก็แล้วกัน

😧 ตัวอย่างที่ 1
 
 
พ่อมีการศึกษาจบปริญญาเอก แม่จบปริญญาโท ทั้งพ่อและแม่มีการงานทำดีมาก การเงินก็ดี แต่ก็ทำงานหนักทั้งคู่ ทั้งสามีภรรยามีลูกชาย 2 คน คนโตอายุ 14 ปี คนเล็กอายุ 9 ปี ลูกทั้งคู่ แลดูน่ารักตลอดมา การเรียนไม่เก่ง แต่การสังคมเก่ง พูดเก่ง กีฬาเก่ง กำลังเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อมากแห่งหนึ่ง พ่อแม่เริ่มปวดหัวที่ลูกไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน ลูกคนโตเริ่มก้าวร้าว พ่อแม่ว่าอะไรก็เถียง หรือไม่สนใจ
ครั้งล่าสุดนี้ ลูกชายพูดจายอกย้อนพ่อ เถียงพ่อ จนพ่อทนไม่ได้ เอามือไปตีลูกชายเข้า 1 ที
ลูกชายลุกขึ้นเตะพ่อ 1 ที แล้วผลักพ่อกระเด็น แถมเดินหนีออกจากบ้านไป
พ่อมาเล่าให้ผมฟังด้วยหัวใจปวดร้าว

ผมถามว่าแล้วทำอย่างไรต่อ
เขาบอกว่า ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่เคยลงโทษลูกมาก่อนเลย เพราะคิดว่าจะเลี้ยงลูกด้วยการไม่ลงโทษเลย
ครั้นโตแล้วจึงเห็นว่าลูกทำผิดเรื่อยๆ ไม่อยู่ในโอวาท ถ้าจะลงโทษตอนนี้ ลูกก็ไม่ยอมรับ แถมสู้ และหนีไปเฉยๆ จะสู้กับลูกก็สู้ไม่ได้ อายเขาด้วย เขาถามผมว่า
ทำไงดี……หมอครับ?

😧 ตัวอย่างที่ 2
 
พ่อเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แม่เป็นหมอ ก็ทำงานหนักทั้งคู่ ลูกชายคนโตอายุ 13 ปี ไม่เชื่อฟังพ่อแม่
ครั้งล่าสุดนี้ แม่เผลอไปเอ็ดลูกเข้ามากๆ ลูกชายเลยเอาไม้ตีหัวแม่แตก และหนีออกจากบ้านไป
พ่อแม่ก็ไม่รู้จะทำอะไร ทั้งคู่ไม่เคยลงโทษลูก
แม่โทรศัพท์มาหาและบอกว่า ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง กลัวเขาจะหาว่าเป็นลูกทรพี
เธอถามผมว่า….
หมอ….ทำไงดี?…..อยากฆ่าตัวตายอยู่แล้ว !!!




😕 จากทั้งสองกรณีนี้ แสดงให้เห็นว่าเด็กเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ไม่ได้สร้างวินัยให้แก่เด็กตั้งแต่เล็กๆ
เด็กจึงเติบโตขึ้นมา มีร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง สังคมดี พูดเก่ง กีฬาเก่ง อาจจะเรียนเก่งด้วยก็ได้ แต่ขาดวินัยกับตัวเอง
ไม่มีการยอมรับกติกาของสังคม ของครอบครัว ของพ่อแม่ ซึ่งถ้าเติบโตต่อไปก็จะไม่ยอมรับกติกาของสถาบันการศึกษา ของที่ทำงาน และแม้แต่กฏหมายบ้านเมือง




เรียกว่าเติบโตต่อไป ทำงานก็ยาก อยู่ก็ยาก มีครอบครัวก็ยาก มีลูกก็ยาก…..ยากไปหมดทุกอย่าง แม้แต่อยู่คนเดียวก็ยาก เผลอๆก็ทำผิดกฏหมายบ่อยๆโดยอ้างว่า…..ไม่เจตนา ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ก็เป็นเพราะพ่อแม่ไม่ลงโทษ เมื่อเด็กทำผิดตั้งแต่เล็กๆ
และไม่ชมเชย หรือให้รางวัลเมื่อเขาทำความดี

ผมจำได้แม่นว่า เมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว มีการเชื่อกันมากเรื่องการเลี้ยงลูกโดยไม่มีการลงโทษทางกาย ซึ่งก็คือการตีลูกนั่นเอง พวกมีความรู้ระดับปริญญาโทขึ้นไป ครูบาอาจารย์ แพทย์ เชื่อถือกันมากและเลี้ยงลูกโดยไม่ลงโทษโดยการตีเลย แต่จะบอกให้เด็กคิดเอง ให้เด็กมีอิสระในการแสดงออก ซึ่งแลดูก็น่ารักดีหรอกในตอนเด็กๆ

ในช่วงนั้นๆ ผมเคยถูกเชิญไปบรรยายพิเศษให้สมาคมผู้ปกครองของโรงเรียนสาธิตที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งฟัง และผมก็ถูกถามเรื่องนี้ ซึ่งผมก็ตอบในที่ประชุมเลยว่า ผมไม่เห็นด้วยหรอกที่ไม่มีการลงโทษเด็กทางฝ่ายกายเมื่อทำผิด ถ้าเป็นผม ผมจะตีเด็ก ใช้มือตีก้นเขาจะดีที่สุด ผมถูกหาว่า…..แหมหมอเห ี้ยมจัง

แต่ผมเชื่อว่า การถูกตี หรือการถูกลงโทษทางฝ่ายกายตั้งแต่เด็กๆนั้น เด็กจะตระหนักและรับรู้ถึงบทบาทของการลงโทษได้ดีกว่าและเร็วกว่าการลงโทษทางจิตใจและทางสังคม เพราะเด็กนั้นเล็กเกินไปที่จะเข้าใจ และจะได้ใจด้วย
ผมยังพูดอีกด้วยว่า……"จำไว้ ถ้าคุณไม่ลงโทษลูกของคุณเมื่อทำผิด สักวันหนึ่งสังคมจะลงโทษลูกของคุณ ซึ่งจะเจ็บยิ่งกว่าที่คุณลงโทษเขาเสียอีก"

สิบกว่าปีผ่านไป เด็กๆยุคนั้นก็คงเติบโตเป็นวัยรุ่นกันในขณะนี้พอดี

ปัญหาเรื่องลูกวัยรุ่นนี้ ทำความปวดหัวมาให้กับพ่อแม่มาก มีพ่อแม่นำลูกวัยรุ่นมาปรึกษาผมที่คลินิกมากมาย ท้งที่เจ้าตัวยอมมาหาเอง และจ้างกันมา

มีวัยรุ่นรายหนึ่งมาจากเยอรมัน พ่อแม่ต้องจ้างให้มาหาผมด้วยการซื้อเสื้อผ้าให้ 30 ชุด ซึ่งหลังจากมาหาพูดคุยกับผมแล้ว เขาบอกว่า ไม่ต้องจ้างก็ได้เพราะมาหาแล้วคุยกับผมได้สนุกดี อยากมาคุยบ่อยๆ

โดยส่วนตัวผมเองแล้ว ผมสนใจเรื่องของวัยรุ่นและกิจกรรมวัยรุ่นตลอดมาในทุกๆรูปแบบ และต้องเข้าใจหรือตามให้ทันอยู่เสมอๆ
สมัยที่รับราชการอยู่ในโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ ผมก็เป็นผู้ริเริ่มตั้งแผนกจิตเวชวัยรุ่นขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพราะมองเห็นความสำคัญของบุคคลในวัยนี้ ที่จะต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือแนะนำหรือแก้ไขโดยจิตแพทย์ หรือบุคลากรที่พร้อมจะเข้าใจจิตใจของพวกเขาโดยแท้จริง และต้องทันสมัย ทันเหตุการณ์ด้วย

ในอเมริกาก็จะมีแผนกจิตเวชวัยรุ่นนี้อยู่ตามโรงเรียนแพทย์ใหญ่ๆที่ผมเคยได้ไปศึกษามาวัยรุ่นที่มีปัญหาหลายๆราย ก็ช่วยเหลือได้ทั้งในแง่เกเร ไม่เรียนหนังสือ ชอบหนีเที่ยว ติดยา สำส่อนทางเพศ แปรปรวนทางเพศ ก้าวร้าว แยกตัว ขาดความเชื่อมั่นตัวเอง กังวล ฯลฯ
บางรายก็ช่วยเหลือได้ยากมาก เพราะเขาไม่อยากให้แพทย์ช่วย
และที่แน่นอนคือ พ่อแม่ต้องให้ความร่วมมือด้วย
แต่ไม่อยากจะรอให้ถึงขั้นนี้หรอก จะเจ็บด้วยกันทั้ง พ่อ แม่ ลูก

จงมาตั้งใจอบรมลูกให้มีวินัยตั้งแต่เด็กๆดีกว่าครับ
จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจว่า เลี้ยงลูกผิด
ซึ่งถือว่าเป็นบาปบริสุทธิ์ชนิดหนึ่งก็ได้
หรือ อย่างที่ชาวบ้านเขาเรียกกันว่า เป็นการเลี้ยงลูกให้เป็นทรพีโดยไม่เจตนาก็ได้
ผมหนาวในหัวใจจังครับ
🌸
ขอบคุณ : คุณหมอสารภี รักในหลวง
ขอบคุณที่มา: https://plus.google.com/116739025504515805860/posts/P1LKQvy5qPy


@line55



ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนี้
ชื่อ / อีเมล์
Security Code เปลี่ยนรูปใหม่
รายละเอียด   
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
 


ความคิดเห็นที่ 2
อยู่ที่คน
แจ้งลบ
โดยคุณ วันที่ 23 ก.ค. 2559 เวลา 20:25:32 น. [ IP : 49.230.247.58 ]

ความคิดเห็นที่ 1
<*r>
..........คำว่า "บรรลุนิติภาวะ" ยังมี "อายุ" เป็นเส้นกำหนด.....แต่..คำว่า "บรรลุวุฒิภาวะ" นั้น บางคน เหนียงยานต๋องแต๋ง/ฟันปลอมเต็มปาก แล้ว ยังไปไม่เคยไปถึงเส้นนั้นเลย ก็มี..........<*r>
<*r>
..........คำว่า "เด็ก" เอาจริงๆเลยนะ น่าจะมาพิจารณากันที่ "วุฒิภาวะ" ดีกว่ามั้ยครับ ( เราคงเคยได้ยินว่า "เด็กคนนี้ เป็นผู้ใหญ่เกินตัว" หรือ ในทางตรงกันข้าม "โตจนหมาเลียตรูดไม่ถึงแล้ว แมร่งยัง..." ).......อย่างล่าสุด มีข่าว เด็กแปดขวบทำลายทรัพย์สินราชการ ก็ ไม่มีความผิด เพราะ เราพิจารณาแล้วว่า เด็กยังขาดวุฒิภาวะ ชิมิ..........<*r>
<*r>
..........เพราะฉะนั้น คนที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา ด้านวุฒิภาวะ ( แปลว่า วุฒิภาวะ ยังบกพร่อง ) ก็ควรต้อง อยู่ภายใต้ "เงื่อนไข" ที่จะช่วย "ขัดเกลา และ หล่อหลอม" ให้เป็น "ผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ" ในว้นข้างหน้า..........<*r>
<*r>
..........จำได้ ตอนที่ยังวัยรุ่น คร่อมมอเตอร์ไซค์ขายังเขย่งอยู่เลย แต่ ซิ่งสะบัด อะไรที่ีมันผิดกฏหมาย ก็ทำแมร่ง ไม่สน ใบขับขี่ก็ยังไม่เคยมีเลย...แม้ อันตรายมากๆจาก ความเสี่ยง/ความคึกคะนอง ที่รออยู่ข้างหน้า ก็ ไม่เคยคิดให้มันเปลืองเนื้อที่ในสมอง ( ขนาด เห็นเพื่อนขาขาดตั้งแต่หัวเข่าลงมา ไปคนนึง...ก็หยุดไม่อยู่แล้ว ).....อาจจะมีคำพูดสวนมาว่า เฮ้ย "มันบ้าไปแล้ว" "บ้ารึเปล่า".....แต่ ขอโทษ ต้องมีสวนกลับ ว่า นั่นมันแค่ สิวๆ/พื้นๆ เอง นะเฟ้ย ขอบอก..........<*r>
<*r>
..........พอโตขึ้นมา ( แก่ขึ้น นั่นแหละ ) ประสบการณ์มากขึ้นพร้อมวุฒิภาวะ ได้คิดย้อนกลับไป แล้วก็ ถึงกับต้องรำพึง "เฮ่อ...กรูรอดสันดอน แล้ว ยังอยู่ครบทุกอวัยวะ ได้ยังไง วะเนี่ย".....ถามว่า ถ้า จะให้ทำอย่างนั้น ในวันนี้ แน่นอนว่า "ไม่แม้แต่จะคิด"...นั่นมันบ้าชัดๆ ( ครั้งหนึ่ง..จำได้ว่า เพื่อนที่ซ้อนท้ายเคยตบไหล่ แล้วพูดว่า "กรูคิดว่าเข่ากรูหายไปแล้ว มรึงกล้ามุดเข้าไปได้ไงวะ..เชี่ย" )..........<*r>
<*r>
..........จากบทความข่าว ข้างบน.....มีตัวอย่าง "ลูกทำร้ายคุณพ่อคุณแม่"........เชื่อมั้ย ถ้าพวกเค้าเหล่านั้นโตขึ้น คงต้อง รู้สึกเสียใจและต้องมากราบขอโทษ ( ถ้าพวกมัน ยังมีความเป็นคน อยู่ นะ ) แล้ว ต้องพูด ( ประมาณ ) ว่า "ลูกกราบขอโทษ ลูกรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ( เจงๆ )".....เชื่อดิ..........<*r>
<*r>
.........."รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" ( ส่วนตัว เห็นด้วย นะ ) ก็ เอาให้พอประมาณ/เหมาะควร ละกัน.....และ ที่สำคัญ ต้องทำด้วย "เหตุผล" เท่านั้น และ อธิบายทำความเข้าใจ ให้สะเด็ดน้ำด้วย อย่าให้ค้างคาใจ.....ไม่ควร ใช้อารมณ์เป็นอย่างยิ่ง ( เด็กเค้า มองออก นะ....แถม ตีแรง ด้วยดิ ) ).......เพราะ ความหมาย ( จาก เหตุผลกับอารมณ์ ) มันต่างกัน ผลที่ออกมา ก็จะต่างกัน..........จะตีลูกทั้งที ก็ อย่าให้ต้องเหนื่อยเปล่า ( เวลาพ่อแม่ตีลูก พ่อแม่ก็รู้สึกเจ็บ ไปด้วย ใช่มั้ย ) และ ลูกก็จะเจ็บตัวเปล่า..........<*r>
<*r>
..........ทั้งหมด เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ( ไม่อยากใช้ "มโน"....เพราะ ไม่อยากเปิดช่อง ให้ "เกรียน" มาป่วน ) ไม่สามารถนำไปอ้างอิง ในทางวิชาการใดๆได้ ขอบอก.....อิ๊ อิ๊..........<*r>
<*r>
แจ้งลบ
โดยคุณ m วันที่ 20 ก.ค. 2559 เวลา 13:56:34 น. [ IP : 171.101.183.170 ]


ดูดวงฟรี ดูเนื้อคู่ ดูดวงความรัก ดูดวงรายวัน ดูดวงไพ่ยิปซี คลิกที่นี่