กูสยามข่าว ข่าวสด ข่าวด่วน ข่าววันนี้ ข่าวหนังสือพิมพ์ ข่าวการเมือง อ่านข่าว
ข่าว ,
ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , ข่าวบันเทิง , ข่าววาไรตี้ , ข่าวกีฬา


แนน ปรางวลัย จากอีโล้นซ่าส์ ถ่ายนู๊ด

“แนน ปรางวลัย” จากอีโล้นซ่าส์ ถ่ายนู๊ด เล่นหนังอีโรติค เบี่ยงเส้นทางสู่สายธรรมะ บวชชีพราหมณ์ และนั่งคุยกับเปรต

 
 
 
เปิดความคิด “แนน ปรางวลัย เทพสาธร” อดีตสาวใสของวงการเมื่อ 20 ปีก่อน ที่ต้องผิดหวังไม่ได้เป็นนางเอกเพราะไม่มีดั้ง ผลักดันให้เธอโมดิฟายตัวเอง กระโดดขึ้นเขียงให้หมองัดดั้ง เสริมหน้าอก กลายเป็นสาว “เซ็กซ์บอมม์” ที่ขึ้นชื่อเรื่องความใจกล้าบ้าบิ่น อะไรที่เธอทำมักต้องเป็น “คนแรก” เสมอ เธอบุกเบิกถ่ายทูพีชก่อนใคร เป็นดาราคนแรกที่กล้าประกาศว่า ฉันสวยด้วยศัลยกรรม และเป็นนางเอกหนังคนเดียวในยุคนั้น ที่โกนหัวเล่นหนังอีโรติค!
       
       แต่ทว่า “อีโล้นซ่าส์” ก็เป็นผลงานเบื้องหน้าชิ้นสุดท้ายของเธอเช่นกัน เพราะถูกคลื่นลูกใหม่ซัดจนตกขอบจอ ต้องหันไปทำเบื้องหลังแทน แต่จนแล้วจนรอดก็แป้กไม่เป็นท่า ต้องระเห็จตัวเองไปตั้งต้นชีวิตใหม่ไกลถึงอเมริการ่วม 2 ปี แต่สุดท้ายก็ต้องหวนกลับเมืองไทยอีกครั้ง หวังเริ่มต้นใหม่
        
       ทว่าคราวนี้ไม่ได้กลับมามือเปล่า ช่วงเวลาที่ได้สัมผัสกับคำว่าสูงสุด-ต่ำสุด ทำให้เธอค้นพบสัจธรรมของชีวิต ถึงกับกลับมาศึกษาธรรมะดับทุกข์ เอาจริงเอาจังถึงขั้นทำรายการที่สอดแทรกธรรมะ ที่สำคัญเธอมักจะหาเวลาว่างไปบวชชีพราหมณ์ และนั่งคุยกับเปรตที่วัด!!
       
       “วันวาน วันนี้” จึงนัดพูดคุยกับเธอแบบเปิดหมดเปลือก ถึงเรื่องราวของสาวเซ็กซ์บอมม์ ที่นุ่งน้อยห่มน้อยมาครึ่งค่อนชีวิต แต่วันนี้กลับมานุ่งขาวห่มขาว เบนเข็มเข้าสู่เส้นทางธรรมได้อย่างไร ...บรรทัดถัดจากนี้ไปคือคำตอบทั้งหมด
       
       "การที่ได้เข้ามาในวงการมันก็ไม่ใช่ความใฝ่ฝัน เพราะตอนเด็กไม่มีความคิดที่จะเข้ามาในวงการนี้เลยเบื่อมาก ไม่ชอบเลย คือที่บ้านแนนเขาทำหนังสือแฟชั่นรีวิว ลุงแนนคือลุงเล็ก วงศ์สว่าง เขาก็จะเรียกแนนเข้าไปถ่าย ตอนนั้นเราก็จะไม่อยากถ่ายไม่ชอบเลย เข้ามาตอนแรกจากการถ่ายโฆษณา ถ่ายอยู่เยอะมาก ตอนนั้นแนนอายุ14 ทางไฟว์สตาร์เขาเห็นแนนจากโฆษณาโอเล่ เขาก็ชวนแนนมาแคสหนังเรื่อง อนึ่งคิดถึงพอสังเขป ก็ราวๆ14 ปีได้แล้ว"
        
       "ตอนนั้นบทก็จะเป็นนักเรียนใสๆ ประมาณเด็กเรียนเลย หน้าตาเนิร์สๆ ตอนนั้นก็เล่นพร้อมกับแคทรียา อิงลิช ซึ่งแคทเองก็มาจากการถ่ายโฆษณาเหมือนกัน แนนกับแคทเข้าวงการมาพร้อมกันเลย แต่แคทจะแก่กว่านิดหน่อย เพราะตอนนั้นหนังอนึ่งฯดังมาก เรียกว่าเป็นเรื่องแจ้งเกิดของแนนเลยก็ว่าได้ เป็นกลุ่มนิวคิดส์ของไฟว์สตาร์ ทุกคนจะแจ้งกันกันด้วยเรื่องนี้"
       
       "พอหลังจากเรื่องนี้ก็จะมีหนังเข้ามาอยู่เรื่อยๆ เช่น สมศรี422R คือช่วงนั้นหนังวัยรุ่นก็จะไม่ค่อยมีแนวเหมือนเรื่องอนึ่งฯเท่าไหร่ ก็เปรี้ยงดังเลยช่วงนั้น หลังจากนั้นก็มีโฆษณาเข้ามามากขึ้น มีหนังเข้ามามากขึ้นรวมๆแล้วเกือบ 10 เรื่องก็เล่นกับไฟว์สตาร์หมดเลย จริงๆ ตอนนั้นเราก็ไม่ได้เซ็นสัญญาอยู่ในสังกัดไฟว์สตาร์หรอกนะแต่เขาก็จะดูคิวทุกอย่างให้เรา ก็เหมือนเป็นเด็กไฟว์สตาร์ แต่ว่าไม่ได้เซ็นสัญญา”
       
       "หลังจากนั้นก็ได้มาเล่นละคร เข้ามาเล่นเพราะอาจิ๋ม(มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช)ดึงมา เรื่องแรกก็เรื่อง สี่แยกนี้อายุน้อย เล่นกับ หนุ่ม ศรราม เทพิทักษ์ ซึ่งเขาก็เล่นละครเรื่องนี้เรื่องแรกเหมือนกัน เรื่องนั้นนางเอกคือ บุญพิทักษ์ จิตรกระจ่าง จริงๆ ตอนนั้นเขาติดต่อให้ไปเป็นนางเอก แต่คือตอนนั้นแนนไม่มีดั้ง ถ้าทำตั้งแต่ตอนนั้นแนนก็คงได้เป็นนางเอกไปตั้งนานแล้ว โปร์ไฟล์ด้านข้างไม่ผ่าน เขาก็ให้แนนเป็นแค่เพื่อนนางเอก เพราะไม่มีดั้งนี่แหละ"
        
       "แล้วตอนนั้นนางเอกส่วนใหญ่เขาก็จะทำดั้งกัน เพื่อให้ดูสวยงาม
แล้วแนนเป็นคนขี้กลัวไง แม่แนนบอกให้ไปทำจมูก แนนก็ไม่ทำ คือมั่นใจ คิดว่ายังไงเราสามารถอยู่ได้แบบสวยธรรมชาติ พอมาที่ช่อง7 คุณแดงติดต่อเรียกมาดูตัว ก็ไม่ผ่านอีกเหมือนกัน เพราะว่าไม่มีดั้ง คือคุณแดงถึงขั้นอึ้ง พอหันด้านข้างไม่รู้จะปั้นยังไง (หัวเราะ)"
       

       “จู่ๆ ไม่รู้อาร์เอสเขาเห็นแววอะไร จับแนนมาเล่นบทร้ายในเรื่องมัจจุราชสีน้ำผึ้ง อันนี้เป็นเรื่องแรกที่แนนมารับเล่นร้ายคู่กับยุ้ย ปัทมวรรณ ตอนนั้นบทก็จะประมาณเอาแต่ใจ หน้าร้ายมากเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็มาเล่นดวงผู้ดี แต่ที่ร้ายๆ แบบสุดๆ แล้วคนจำได้ก็จะเป็นเรื่องมงกุฎดอกส้ม เรื่องนี้เป็นบทร้ายที่ปรี๊ดปราดมาก สุดๆ แล้วสำหรับแนน ทีนี้ก็เริ่มได้แต่บทร้ายๆ ตลอด เขาคงเห็นว่าคาแรกเตอร์แนน ถ้าไม่พูดหน้าแนนจะเหมือนคนจิกๆ ขี้วีน แต่ตัวจริงไม่ใช่”
       
       เพราะไม่มีดั้งทำให้อดเป็นนางเอก งานนี้เธอก็เลยตัดสินใจให้หมองั้นดั้งจนโด่ง พร้อมกับเสริมหน้าอกจากไข่ดาวเป็นภูเขามหึมา โมดิฟายตัวเองกลายเป็นสาวเซ็กซ์บอมม์ในยุคนั้น
       
       “ตอนนั้นผู้ใหญ่หลายๆ ท่านก็แนะนำให้เราไปทำศัลยกรรมแต่แนนไม่ทำ แนนดื้อมาก แนนกลัว ตอนนั้นจำได้ว่าสิ่งที่กลัวที่สุดในชีวิตก็คือการศัลยกรรมต้องทำจมูกนี้แหละ แต่มันกลายเป็นว่ามันไม่ทำให้เราก้าวไปถึงจุดๆ หนึ่งทำให้เราไม่ได้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งเพราะเราสวยไม่เพอร์เฟ็กต์พอ ตอนนั้นนางเอกจะต้องจมูกโด่ง ตาคม หน้าตาลูกครึ่งๆ นิดนึง คือจะบอกว่าตอนเด็กๆ หน้าตามาเป็นอันดับ2 แต่ความสามารถมาเป็นอันดับ1 ซึ่งจริงๆ แล้วความสามารถสามารถพัฒนาได้ตามที่ผู้กำกับต้องการ”
       
       “มาเทียบกับ ณ ตอนนี้ความสามารถเราก็เป็นอันดับหนึ่งส่วนเรื่องหน้าตาด้วยวิทยาการทางการแพทย์ก็สามารถทำให้เราสวยได้เป็นอันดับ1ก็ทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นก็รู้สึกเสียดายโอกาสที่เราไม่คิดทำศัลยกรรมตั้งแต่แรก ตอนนั้นก็เลยได้บทเป็นแค่เพื่อนนางเอก เราก็ไม่ได้ซีเรียสเราก็เล่นบทใสๆ ของเราไป คือการที่ได้เข้ามาในวงการมันก็ไม่ใช่ความใฝ่ฝันแล้ว เราก็แค่คิดจะหาค่าขนมเล่นๆ ปิดเทอม"
       
       “หลังจากที่เล่นละครแนนก็กลับไปเรียนที่เมืองนอกก็จะไปๆ มาๆ พอเรียนจบเราก็กลับมาทำงานที่นี่เต็มตัว ตอนนั้นแหละที่เราเริ่มถ่ายแฟชั่นหวือหวา คือหัวเราก็จะมีความรู้สึกว่าอยู่ต่างประเทศเราใส่ชุดว่ายน้ำเราก็จะใส่บิกินี่ทุกคน คือแนนเป็นคนไม่มีนมเลยจริงๆ แบบตะปูตอกข้างฝากเราเลยไม่ได้รู้สึกจะอายเพราะว่าเราไม่มีอะไร ก็ไปถ่ายอัลบั้มชื่อหนังสือแม๊กซ์สเปเชี่ยว ก็ไม่ได้โป๊ไปซะหมดมันก็ออกแนวใสๆ ไม่แรง ทุกคนชอบ คือมันไม่ได้ออกแนวอนาจารแต่มันจะดูแรงตรงที่อยู่ดีๆ ลุกขึ้นมาถ่ายแบบนี้ พออัลบั้มนั้นออกวางขายก็เกิด คนก็จะจำลุกส์ใหม่ จากคนเคยมองเป็นนางร้ายก็กลายเป็นเซ็กซี่ แต่ตอนนั้นคือแนนก็ยังไม่มีนมนะ”
       
       “คือแนนเหมือนเป็นแกนนำ จากนั้นคนก็เริ่มมาถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำกันเยอะ พอคนถ่ายกันเยอะมีคนมาติดต่อแนนก็ไม่เอาแล้ว ไม่ชอบทำอะไรที่คนทำกันเยอะๆ ทุกวันนี้ดูยังมีความภูมิใจอยู่เลย คืออะไรที่แนนคิดจะทำคือถ้าทำแล้วต้องฮือฮาทุกอย่าง ให้ไปทำซ้ำๆ กับคนอื่นแนนไม่อยาก คือสำหรับแนนอะไรที่แนนคิดจะทำคือถ้าทำแล้วต้องฮือฮาทุกอย่าง ให้ไปทำซ้ำๆ กับคนอื่นแนนไม่อยาก ถามว่าต้องการที่จะให้ออกมาดังมากไหมแต่ไม่ได้ขนาดนั้น แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์มากกว่า”
       
       “แนนเริ่มมาทำศัลยกรรมจริงๆ ตอนอายุ 27 มีความรู้สึกว่าสิ่งที่แม่เตือนเราน่าจะทำไปตั้งนานแล้ว คือเรื่องของเรื่องตัวแนนก็เริ่มสงสัยว่าจริงๆ โตแล้วทำไมหน้าอกยังไม่มีสักที สิ่งที่ทำอย่างแรกเลยคือจมูก มีความรู้สึกว่าสิ่งที่แม่เตือนเราน่าจะทำไปตั้งนานแล้ว ตอนหลังเลยมีความรู้สึกว่าเราควรต้องทำเพราะช่วงนั้นเราก็พยายามใช้วิธีธรรมชาติโดยการบีบมันก็ไม่ช่วย เราก็เลยเริ่มศึกษาว่าที่ไหนเขามีไรดี เราก็ไปมาหมดทุกที่เลย จนตอนหลังเราก็เลยตัดสินใจทำที่โรงพยาบาลบางมด แล้วก็เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เขา คือเขาพูดให้แล้วสบายใจเพราะแนนเป็นคนขี้กลัวมาก จนแนนตัดสินใจที่จะทำได้ ตอนทำกลัวมากร้องไห้ สุดๆ แต่ผลที่ออกมาทำแล้วสวยเพอร์เฟ็กต์”
       
       “คือเป็นดาราไม่ว่าจะทั้งเมืองไทยหรือว่าฮอลลีวู้ด เขาจะต้องมีการอัพความสวยตลอดเวลาเพื่อให้ประชาชนได้เห็นหน้าเราในแบบที่เพอร์เฟ็คต์ ดาราหน้าต้องดูดีเพอร์เฟ็กต์ทุกโปรไฟล์ ถ้าเรายังฝืนสังขารว่าฉันธรรมชาติ แล้วจริงๆ มันไม่ใช่
พอทำเสร็จตอนนั้นก็เริ่มมีงานเกี่ยวกับชุดว่ายน้ำ แนนก็เลยมีความรู้สึกว่าถ้าหน้าอกมันไม่โตขึ้นแล้ว เราก็ควรจะต้องปรึกษาแพทย์แล้วล่ะ หลังจากที่ทำจมูกมาปีหนึ่งแนนก็มาทำหน้าอกก็เป็นอะไรที่พลิกวงการอีก คนก็มาสนใจเรื่องที่แนนทำหน้าอก ทุกคนก็แห่กันมาทำมากมาย ตอนนั้นยอมรับเลยว่าทำแล้วงานก็เข้ามาเยอะมาก”
       

       “คือถ้าคนที่ติดตามแนนจริงๆ จะรู้ว่าแนนใส่ชุดว่ายน้ำ ถ่ายแฟชั่นบ่อยแล้วก็จะไม่มีหน้าอก แต่ถ้าอยู่ดีๆแนนมีหน้าอกขึ้นมาแล้วบอกว่าเป็นเรื่องธรรมชาติมันไม่ได้ไง มันไม่ซื่อสัตย์กับวงการนี้เลย ทำไมต้องมาโกหกกันด้วย ทำก็คือทำ จริงๆ แล้วการทำศัลยกรรมมันก็เป็นจุดเปลี่ยนทางเลือกของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เป็นวิทยาทานให้ผู้หญิงอีกหลายคนที่อยากจะมีหน้าอก สมัยก่อนแนนจะไม่ค่อยมีความเชื่อในเรื่องพวกนี้ หนึ่งเลยคือกลัวแบบว่าหลังจากทำจะเป็นมะเร็งไหม แต่ปรากฏว่าทำให้ชีวิตเราดีขึ้นนะ หลายๆ อย่าง”
       
       ด้วยความที่ชอบทำอะไรที่ไม่ซ้ำซากจำเจ ชอบทำอะไรที่ฮือฮา เธอก็เลยตัดสินใจโกนหัวเล่นหนังอีโรติคเรื่อง “อีโล้นซ่าส์” ผลคือถูกคนในสังคมมองว่าเป็นสาวแร๊ง แรง ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับความเป็น “แนน ปรางวลัย” โดยสิ้นเชิง เธอบอกอย่างนั้น
       
       "ตอนนั้นแนนเพิ่งจะเรียนจบปริญญาโทที่จุฬาฯ ก็มีคนติดต่อมาให้เล่นหนังแล้วต้องโกนผม สำหรับแนนคือคำว่า อีโล้นซ่าส์ มันเก๋นะ มันไม่ค่อยมีใครกล้าเล่นหรอกแนนรู้ เพราะว่ามันต้องโกนหัว คือตอนนั้นที่แนนรับเล่นเพราะแนนคิดว่า แนนเป็นคนที่ผมขึ้นเร็วอยู่แล้วไง แล้วด้วยบทมันฮาร์ดคอกระแทกดี แล้วตัวบทจริงๆ มันก็ไม่ได้มีตรงไหนเสียหายเป็นบทสะท้อนสังคมเสียด้วยซ้ำ"
       
       "แล้ววันนั้นหลังจากที่โกนหัวใหม่ๆ แนนก็ไปงานประกาศรางวัลแล้วก็มีคนมาสัมภาษณ์จำได้ว่าตอนนั้นขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับด้วยการโกนหัวทุกคนตกใจคิกว่าอีนี่เป็นอะไรรึเปล่าเราก็เลยได้ฉายานี้ไปโดยปริยาย หลังจากอีโล้นซ่าส์ภาค2 แนนก็คิดที่จะทำเองบ้าง เรื่องไม่โล้นก็ซ่าได้ ตอนนั้นแนนเป็นทุกอย่างทั้งผู้กำกับ ผู้จัด เขียนบท”
       
       “ในความคิดของแนนมันไม่ได้ออกแนวอนาจารแต่มันจะดูแรงตรงที่อยู่ดีๆ ลุกขึ้นมาถ่ายแบบนี้ อะไรที่แนนทำมักจะดังอย่างเรื่องหนังอีโรติค อีโล้นซ่าส์ แนนก็ไม่เข้าใจว่ามันอีโรติคตรงไหน เขาเรียกกันขึ้นมาเอง เพราะว่าตัวแนนทำงานแนนจะรู้ แล้วในฉากไม่มีที่บ่งบอกว่ากอดจูบฟัดกันนัวเนียไม่มีเลย เพราะว่าแนนมีข้อจำกัดตรงนี้มาก คือถ้าเข้าเซฟให้แนนไม่ได้คุณก็เอาเงินคืนไป แนนไม่เล่น”
ผู้จัดการออนไลน์





                               

ข่าว
ข่าวเด่น
ข่าววันนี้
ข่าวบันเทิง
ข่าววาไรตี้
ข่าวกีฬา














คอลัมน์ข่าว ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวการเมือง ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าวด่วน ข่าวกีฬา Update ข่าวทุกวัน News
ข่าว
,
ข่าวเด่น , ข่าววันนี้ , ข่าวบันเทิง , ข่าววาไรตี้ , ข่าวกีฬา


www.goosiam.com





ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนี้
ชื่อ / อีเมล์
Security Code เปลี่ยนรูปใหม่
รายละเอียด   
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
 

                                                                                       

หน้าแรก
สาระผ่านเมล์
ดูชื่อสกุล

ดูดวง
สารบัญเว็บ
คลิปวีดีโอ

เกมส์
เกมส์ฟรี
เกมส์มันๆ

หวย เลขเด็ด
บอร์ดชาวสยาม
วาไรตี้ ความรู้

หางาน
โปรแกรมเด็ดๆ
รูปดารา

ข่าว
ข่าวดารา
ข่าวกีฬา

พระเครื่อง
ตลาดพระเครื่อง
โรค-สุขภาพ

ฝากรูปฟรี
ฟรีเว็บบอร์ด
Sitemap