เครื่องราง ของขลัง แนะนำ
1. 
ของเสน่ห์ คลิกที่นี่
2. 
ของให้โชค  คลิกที่นี่
3. 
วัตถุมงคลใหม่ คลิกที่นี่
4. 
ดูทั้งหมด คลิกที่นี่

 

 ข่าว กูสยามNews ข่าวสด ข่าวด่วน ข่าววันนี้

ดูดวง/ เกมส์/ หวย/ งานราชการ/ ข่าว/ โปรแกรม/ คลิปวีดีโอ/ สารบัญเว็บ/ ซื้อ-ขายฟรี/ ฝากรูป/ วัตถุมงคล/ ของขลัง/ พระเครื่อง/



@line55

5อันดับ เครื่องดื่มข้างทาง ที่น้ำตาลพุ่งมากที่สุด

5อันดับ เครื่องดื่มข้างทาง ที่น้ำตาลพุ่งมากที่สุด



สสส. สำรวจ 62 ร้านขายเครื่องดื่ม 3 ถนนหลักเมืองกรุง พบคนทำงาน นักศึกษานิยม 5 อันดับน้ำตาลสูงสุด แดงโซดา – โอวัลติน-ชามะนาว-ชาดำเย็น-นมเย็น เสี่ยงโรคเบาหวาน ความดัน อันตรายไม่รู้ศ.พญ.ชุติมา ศิริกุลชยานนท์ หัวหน้าโครงการเด็กไทยดูดีมีพลานามัย แผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากผลการสำรวจปริมาณน้ำตาลในร้านขายเครื่องดื่มบนถนนสายเศรษฐกิจ เนื่องในวันเบาหวานโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี พบว่าปริมาณน้ำตาลของร้านขายเครื่องดื่มบริเวณมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตพญาไท ถนนราชวิถีรอบบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และถนนสีลม เพื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม 1 แก้ว ปริมาณ 250 มิลลิลิตร (มล.) จำนวน 62 ร้านค้า โดยเก็บตัวอย่างเมนูยอดนิยม 1 ใน 5 อันดับ และเครื่องดื่มที่มาจากร้านที่ให้ความร่วมมือในการวิจัย รวม 270 ตัวอย่าง พบว่า เครื่องดื่มข้างทาง ที่มีปริมาณน้ำตาลมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ

1.แดงโซดา ปริมาณน้ำตาล 15.5 ช้อนชา

2.โอวัลติน 13.3 ช้อนชา

3.ชามะนาว 12.6 ช้อนชา

4.ชาดำเย็น 12.5 ช้อนชา

5.นมเย็น 12.3 ช้อนชา

ส่วน ชาเย็น กาแฟเย็น ชาเขียวเย็น มีปริมาณน้ำตาลเฉลี่ย 11 ช้อนชา และ โกโก้มีปริมาณน้ำตาล 10.8 ช้อนชา

โดยเครื่องดื่มบริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมีปริมาณน้ำตาลมากที่สุด รองลงมาคือวิทยาเขตพญาไท และถนนสีลม ตามลำดับ ซึ่งมาจากความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความนิยมของบุคคล

ศ.พญ.ชุติมา กล่าวว่า ผลการศึกษาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ว่าองค์การอนามัยโลกแนะนำ ไม่ควรบริโภคน้ำตาลจากอาหารทุกชนิดเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน แต่จากผลการสำรวจปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มย่านการค้าและใจกลางเมืองกลับพบว่า เพียงบริโภคเครื่องดื่มหวาน 1 แก้ว (250 มล.) ก็มีปริมาณน้ำตาลที่เกินความต้องการที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันเกือบเท่าตัว นอกจากนี้จากเดิมที่คาดว่า เครื่องดื่มประเภทขุ่นที่มีส่วนผสมของนม นมข้นหวานหรือครีมเทียมจะมีปริมาณน้ำตาลมากกว่า แต่กลับพบว่าเครื่องดื่มประเภทใสกลับมีปริมาณน้ำตาลสูงกว่า ซึ่งอาจเนื่องจากชามะนาวที่รสเปรี้ยวของมะนาว ทำให้ต้องใส่น้ำตาลเพิ่มความหวานมากขึ้น

ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการโครงการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน สสส. กล่าวว่า พฤติกรรมบริโภคเครื่องดื่มหวานบนถนนสายเศรษฐกิจสะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนวัยทำงานและนักศึกษา ซึ่งถือเป็นแรงงานที่สำคัญของประเทศ เป็นสัญญาณอันตรายโดยไม่รู้ตัว เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีสารอาหารน้อย แต่มีน้ำตาลและไขมันสูง ซึ่งเป็นรากของปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ทั้งเบาหวาน ความดัน จึงจำเป็นต้องรณรงค์ให้ความรู้มากขึ้น


เครคิตโดย
TOPICZA



@line55



ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนี้
ชื่อ / อีเมล์
Security Code เปลี่ยนรูปใหม่
รายละเอียด   
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
 


ดูดวงฟรี ดูเนื้อคู่ ดูดวงความรัก ดูดวงรายวัน ดูดวงไพ่ยิปซี คลิกที่นี่